ปัญหาระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง มีมาช้านานแล้ว และยังคงมีอยู่ต่อไปในทุกๆสถานที่ทำงาน เรื่องแบบนี้เป็นปัญหาเรื้อรังที่แก้ไม่หาย เรามาวิเคราะห์กันดูว่า ลูกน้องแบบไหน เจ้านายเค้าถึงชอบ แบบไหนท่านไม่ชอบ แล้วเราจะทำอย่างไร ที่จะพิชิตใจ Boss ของเราได้

การทำงานในบริษัท ถึงแม้จะอยู่ในตำแหน่งไหน จะเป็นพนักงานทั่วไป หรือจะเป็นถึงผู้จัดการก็ตาม ล้วนต้องมีเจ้านายกันทั้งนั้น แล้วเราในฐานะลูกน้อง จะสามารถทำงานด้วยความสุขและสนุกกับงานได้อย่างไรถ้าหัวหน้างานหรือเจ้านายไม่สนใจ และที่สำคัญ หากต้องการความเจริญรุ่งเรืองในตำแหน่งหน้าที่ด้วยแล้ว การคิดบวกหรือการเปลี่ยนแนวคิดอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป แล้วเราจะมีวิธีการทำงานอย่างไรให้เจ้านายหรือ Boss รู้สึกชื่นชอบ

  1. หัดพูดให้มาก หลายคนคงนึกในใจเมื่อได้อ่านมาถึงบรรทัดนี้ว่า แบบนี้มันคงไม่ใช่ละ เพราะเคยรู้มาตลอดว่า ในการทำงานนั้น ควรพูดให้น้อยทำงานให้มาก การพูดมากไป ไม่ส่งผลดี จะกลายเป็นคนพูดเพ้อเจ้อ อันนี้ก็มีส่วนถูก แต่การพูดให้มากนั้นต้องพูดให้เป็น  และต้องมีวิธีการพูด แบบนี้ครับ
  • พูดให้มากเข้าไว้ในระหว่างการประชุม หมาายถึงหากเรามีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมในหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง เราไม่ควรอยู่เฉย ก้มหน้าจดรายงาน หรือนั่งฟังแบบเงียบๆ เป็นผู้ฟังที่ดีอะไรทำนองนั้น กลับกัน เราควรสร้างโอกาสในการพูดคุย ด้วยการตั้งคำถามกับเพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านาย หรือการนำเสนอความคิดเห็นอะไรบางอย่างออกไป จะแตกต่างหรือถูกผิดยังไม่ต้องสนใจ ขอให้กล้าที่จะพูดและแสดงออกก็เพียงพอ การสนทนาก็จะเกิดขึ้น
  • ถึงแม้จะไม่ใช่การประชุม คืออยู่ในระหว่างการทำงานก็เช่นกัน อย่ามัวแต่นั่งตั้งอกตั้งใจทำงานแบบเงียบๆ พยายามหาเรื่องพูดคุยกับหัวหน้างานหรือกับเพื่อนร่วมงานบ้าง จะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องอื่นๆ แบบว่าเล็กๆน้อยๆก็ไม่ใช่ปัญหา ให้เสียงของเราไปกระทบหูของ Boss บ่อยๆ นั่นคือสิ่งที่ควรทำและถือเป็นการแสดงความมีตัวตนในที่ทำงานอีกด้วย

2. ข้อมูลแน่นอย่างเดียวไม่พอนะครับ ต้องขยันนำเสนอด้วย ถึงแม้จะทำงานเก่งแค่ไหน    แต่ถ้าไม่นำเสนอผลงานเป็นระยะๆ ก็ไม่มีใครรู้หรอกครับว่าเราทำงานหรือเดินเล่น ถึงแม้สุดท้ายงานจะสำเร็จด้วยดีก็ตาม และการนำเสนอผลงาน ก็จำเป็นต้องทำรายงานให้เป็น  โดยควรพยายามเรียนรู้และหาความรู้ทางด้านโปรแกรมคอมพิวเตอร์บ้าง เช่น Word, Exel, Powerpoint หรือโปรแกรมทางด้านสถิติอื่นๆ ไม่ใช่ใช้วิธีโบราณแบบเขียนกันอย่างเดียว เพื่อเป็นตัวช่วยในการทำรายงานและนำเสนอผลงานให้ดูดีมีราคาอยู่เสมอๆ

นาย A ทำงานเก่งสุดยอดหาตัวจับได้ยาก แต่ไม่เคยรายงานผลหรือความคืบหน้าของงานที่ได้รับมอบหมาย ไม่มีการสื่อสารกับเจ้านายเลย ไม่ค่อยเอ่ยปากถามหรือต้องการคำปรึกษาใดๆจากเจ้านาย ประมาณว่า “ก็ทำเองได้ไม่ได้ยากอะไร งานก็ออกมาดี ไม่เคยผิดพลาด คิดเองเป็น ทำไมต้องถามล่ะ”

นาย B ทำงานธรรมดาๆไม่ได้โดดเด่นอะไร แต่..ขยันพูดหมั่นถามและปรึกษาขอความคิดเห็นจากหัวหน้างาน ทำงานและรายงานผลความคืบหน้าเป็นระยะๆ ไม่เคยขาด พูดคุยเรื่องงานที่ได้รับมอบหมายกับเพื่อนร่วมงานอยู่เสมอๆ สุดท้ายงานก็สำเร็จลงได้ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ค่อยสมบูรณ์นักแถมยังสู้ นาย A ไม่ได้

“มาถึงตรงนี้คุณคงเดาออกแล้วว่า เจ้านายของทั้งสองคนนี้ จะชอบคนไหน?”

สถานที่ทำงาน ไม่ใช่มีแต่เราเพียงคนเดียว เรายังมีเพื่อนร่วมงาน มีเจ้านาย และคนอื่นๆอีกมากมาย การทำงานแบบข้ามาคนเดียวนั้น มันไม่ได้ทำให้เกิดผลดีกับตัวเอง และการเปลี่ยนมุมมองหรือการคิดบวกเพียงอย่างเดียว ก็อาจไม่ได้รับผล อย่างที่ต้องการอีกต่อไป เพราะเราไม่สามารถทำให้ทุกคน พลิกมุมมองหรือเปลี่ยนแนวคิดได้ จึงจำเป็นต้องรับรู้ถึง “ความเป็นจริง” ของชีวิตการทำงานร่วมกัน และทำความ “เข้าใจ” ความต้องการของเจ้านายให้เพิ่มมากขึ้น แล้วร่วมเดินทางไปให้ถึงจุดหมายที่มุ่งหวังกันนะครับ.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here