ผู้ชายกับรถ ดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่คู่กันในสังคมไทยมายาวนานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และท่านชายทั้งหลายนั้นก็ได้เสียสละเวลา ทุ่มเทความรักให้กับรถของท่านอย่างมากมาย ซึ่งในความเป็นจริงแล้วก็อาจเป็นเพียงกลุ่มเล็กๆหรืออาจเป็นจะท่านชายส่วนใหญ่ก็เป็นได้ เห็นแล้วก็คันมือคันไม้ เลยขอเก็บมาเล่าสู่กันฟังนะครับ

อันที่จริงแล้วการที่เราจะรักและดูแลรถของเรานั้นก็ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เพราะกว่าจะได้มาครอบครองนั้น พวกเราต้องทำมาหาเงินมาซื้อ มาผ่อนกันอยู่หลายปี จะไม่ให้รัก หรือไม่ดูแลเค้าได้อย่างไร

  • หลายคนเหนื่อยจากการทำงานกลับมาบ้าน ข้าวปลายังไม่ทันกิน ก็หยิบฟองน้ำล้างรถกันซะแล้ว
  • หลายคนกลับจากที่ทำงานก็มืดค่ำมากแล้ว ก็ยังต้องล้างรถจนสะอาดเอี่ยม เงา วับ ทุกวัน ก่อนนอน
  • หลายคนเลือกที่จะล้างรถในวันหยุด แต่ก็ล้างกันแบบยืดเยื้อยาวนาน เพลิดเพลินจนลืมเวลา
  • และก็มีอีกหลายคนที่ขับรถไปล้างที่ร้านคาร์แคร์ แล้วไม่ยอมกลับบ้านซะงั้น ไปไหนต่อกันล่ะนี่ 55

การล้างรถนั้น จริงอยู่ว่าจำเป็นต้องใช้เวลาในการล้างอยู่พอสมควร เพราะฉะนั้นหลายคนจึงให้เวลากับกิจกรรมนี้อย่างเกินพอดี มากกว่าที่จะพาเมียไปเที่ยว หรือไปกินข้าวนอกบ้านกัน หรือแม้แต่การหากิจกรรมเล่นสนุกกับลูกๆ แต่ก็ต้องหมดไปกับการล้างรถสุดที่รัก  ก็เข้าใจนะครับว่า การล้างรถเนี่ยมันใช้เวลาและก็ใช้พลังงานกันพอสมควร และมันก็เป็นสิ่งที่คนมีรถ สมควรที่จะทำ แต่…คุณผู้ชายทั้งหลายก็ควรหาเวลาว่างเอามาล้างรถนะครับ และ “เวลาว่าง” ในที่นี้หมายถึงเวลาที่ไม่กระทบกับครอบครัวจนเกินไป ผมว่าถ้าเลือกได้ ควรเลือกครอบครัวมาก่อนนะครับ รถอาจจะเลอะเทอะไปบ้าง คงจะหาหาเวลากลับมาล้างมันได้ในซักวันล่ะน่า ปล่อยมันไม่สวย ไม่เงาไปบ้าง ไม่น่าจะเสียหายหรือเป็นอะไรมากมาย

แต่หากมองในอีกมุม กับคนที่ไม่เคยสนใจล้างรถหรือดูแลความสะอาดซักเท่าไหร่ ก็จะกลายเป็นพวกขี้เกียจหรือพวกรักความสกปรกไปน่ะครับ ซึ่งมันก็จริงครับ สำหรับคนที่ไม่เคยมองไม่เคยแล รถของตัวเองเลยเป็นเดือนเป็นปี ปล่อยให้น้ำฝนช่วยล้างฝุ่นออกแค่นั้นพอ อันนี้ก็เถียงไม่ออกนะครับ แต่สำหรับบางท่านที่พยายามหาเวลาว่างจากกิจกรรมในครอบครัว แล้วแบ่งมาดูแลรถบ้างเป็นครั้งเป็นคราว ก็คงจะเรียกว่าพวกเขาว่าเป็นพวกขี้เกียจล้างรถไม่ได้นะครับ

สำหรับท่านชายที่นิยมและชื่นชอบการล้างรถ ดูแลทะนุถนอมรถของท่านเป็นพิเศษนั้น ผมเดาเอาเองนะครับว่า เค้าเหล่านั้นมักจะดูแลภรรยาของเค้าไม่ค่อยดีนัก เพราะใช้เวลาไปกับรถมากกว่าเมียสุดที่รักนั่นเอง ก็ทั้งล้าง ทั้งแต่ง ไม่จบสิ้น จนสุดท้ายก็กลายเป็นกิจวัตรประจำวันที่ขาดไม่ได้ไปซะงั้น ดังคำที่ชอบแซวกันว่า “รักรถมากกว่าเมียนั่นเอง”

ลองหันกลับมาให้ความสำคัญกับครอบครัวให้มากขึ้น เอาเวลาที่ใช้กับการดูแลทำความสะอาดรถนั้น คืนให้ครอบครัวของเราดีกว่าครับ และน่าจะจัดลำดับความสำคัญของการล้างทำความสะอาดและดูแลรถนั้น ให้เป็นความจำเป็นในระดับท้ายๆของชีวิต แล้วเพิ่มเวลาให้พวกเค้ากันนะครับ จะได้รู้ว่า ชีวิตจะเปลี่ยนไปในแบบใด รถของเราหากไม่เงาไม่สวยเค้ารอได้ แต่เมียเราเขาไม่รอนะครับ อย่าเสี่ยง!! 555

< ผู้เขียนเองก็ไม่ใช่พวกขี้เกียจล้างรถหรือรักความสกปรกนะครับ อย่าเข้าใจผิด อิอิ.>

Image : Dariusz Sankowski from Pixabay

Photo : mentatdgt from Pexels

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here