เทคนิคการพังไลน์กลุ่ม ทำอย่างไรให้ห้องร้าง วังเวง น่าอึดอัดใจ

0
365

“มันต้องมีเหตุผลที่คิดไม่ถึงแน่ๆ…” ว่าทำไมไลน์กลุ่มที่มีสมาชิก หรือจำนวนเพื่อนในกลุ่มเป็นจำนวนมาก แต่เอาเข้าจริงมีคนที่เข้ามาพูดคุยหรือทักทายกันเพียงไม่กี่คน และส่วนใหญ่ก็เป็นคนเดิมๆนั่นแหละ แบบนี้ไม่นานห้องก็จะร้าง ดูวังเวง น่าอึดอัดใจ สุดท้ายก็ต้องปิดห้องไปในที่สุด. 

โดยเฉพาะไลน์กลุ่มเพื่อน ที่ตั้งกลุ่มขึ้นมาเพื่อการพูดคุย นัดแนะพบปะสังสรรค์หรืออะไรก็แล้วแต่ มักประกอบไปด้วยกลุ่มของเพื่อนจากสถานศึกษาเดียวกัน หรือกลุ่มของเพื่อนที่ทำงานอยู่ในบริษัทเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าย่อมต้องมีกลุ่ม มีก๊วนของเพื่อนๆ ซึ่งก็อาจสนิทกันเป็นพิเศษ 2คนบ้าง 3คนบ้าง หรือบางคนที่ไม่เคยมีกลุ่มมีก๊วนกับใครเค้าเลย ซึ่งพอเข้ามาอยู่ในกลุ่มไลน์เดียวกัน ย่อมเกิดการแบ่งแยกการพูดคุยกันเป็นธรรมดา จนสุดท้ายก็อาจกลายเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการห้องร้าง และปิดห้องไปในที่สุด

เรามาลองสำรวจกันว่า การทำให้กลุ่มไลน์พังได้นั้น มีเทคนิคหรือสาเหตุสำคัญๆอย่างไรบ้าง

  • สวัสดีทักทายด้วยรูปภาพที่แชร์มา จะเห็นว่าเป็นความนิยมในหมู่ของไลน์กลุ่มอย่างแพร่หลาย อาจเป็นภาพวิว ภาพดอกไม้ ภาพธรรมมะหรือภาพหญิงสาวแนวเซ็กซี่ หรือภาพประเภท สวัสดีวันจันทร์ อังคาร พุธ เรื่อยไป อันที่จริงแล้วผู้ส่งล้วนมีเจตนาดีทั้งสิ้น เพราะต้องการกล่าวทักทายกับเพื่อนๆในกลุ่ม ซึ่งก็ยังดีกว่าอีกหลายๆคนที่ไม่เคยเข้ามาทักทายกันบ้างเลย แต่ครับแต่!! รู้หรือไม่ว่าการส่งรูปภาพประเภทนี้เป็นการทักทายในลักษณะแบบปลายปิด นั่นคือส่งแล้วก็จบกันไป รูปภาพประเภทนี้ไม่ได้ทำให้เกิดความน่าสนใจอะไรที่จะสามารถกระตุ้นการสนทนา หรือทำให้เพื่อนๆคนอื่นรู้สึกสนใจ และเข้ามาทักทายกันต่อไปได้

ลองเปลี่ยนมาส่งเป็นสติ้กเกอร์ที่ในไลน์ก็มีให้อยู่แล้ว ทั้งของฟรีและแบบที่ต้องซื้อ สติ้กเกอร์ไลน์พวกนี้ เจตนาสร้างขึ้นก็เพื่อกระตุ้นการพูดคุย แม้แต่สติ๊กเกอร์คำสั้นๆว่า สวัสดี, Hi, Morning, หรือจะแค่ตัวการ์ตูนน่ารักๆซักตัว เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้ห้องมีชีวิตชีวาขึ้นมาได้แล้วนะครับ ไม่เชื่อลองดู และถ้าหากใช้การพิมพ์คำทักทายลงไปด้วยตนเองก็ยิ่งจะทำให้บรรยากาศในกลุ่มดียิ่งขึ้นไปอีก

หรืออาจจะเป็นการส่งรูปที่เราถ่ายด้วยตัวเองในขณะนั้นก็เป็นไอเดียที่ดี จะเป็นวิวหน้าบ้าน ตลาด ปากซอย แก้วกาแฟ หรือขนมที่กำลังกินอยู่ก็ไม่ผิดกติกาแต่อย่างใด แบบนี้จะทำให้เพื่อนๆรู้สึกได้ว่าเราตั้งใจและอยากที่จะเข้ามาทักทายกัน และตัวเราเองก็จะได้รับความรู้สึกมีส่วนร่วมกับกลุ่มเพื่อนจริงๆ ถึงแม้ในบางครั้งจะไม่มีการตอบรับหรือการโต้ตอบใดๆเกิดขึ้น แต่จงรู้ไว้เถอะว่า เพื่อนๆในกลุ่มเค้ารู้สึกได้ถึงเจตนาและความตั้งใจของเรา แบบนี้ต่อไปห้องจะไม่เงียบ และเพื่อนคนใหม่ๆก็กล้าที่จะเข้ามาทักทายกัน

  • ใช้การ Reply หรือ @ กันบ่อยๆ หลังจากทึ่แอพไลน์เพิ่มความสามารถในการสนทนามากขึ้น พวกเราหลายคนพยายามใช้อ๊อพชั่นนี้กันจนพร่ำเพรื่อ โดยหารู้ไม่ว่ามันมีผลต่อความรู้สึกของทั้งกลุ่ม การใช้ Reply หรือสัญลักษณ์ @ นั้น เป็นการระบุและชี้ไปที่คู่สนทนาของตนโดยเฉพาะเจาะจง ทำให้กลุ่มมองไปว่าคุณต้องการคุยกันแค่กลุ่มเล็กๆเพียง 2-3 คน ซึ่งในบางครั้งมันก็อาจมีความจำเป็นจริงๆ แต่… 

แต่การทำเช่นนี้บ่อยเกินไปจนเคยชิน จะทำให้กลุ่มไลน์นั้นรู้สึกเหมือนไม่ใช่กลุ่ม กลายเป็นการพูดคุยกันระหว่างคนสองสามคนภายในกลุ่มใหญ่ที่มีสมาชิกมากกว่าสิบคน ใช่ครับที่ว่าเราสนิทกันแค่นี้ คนอื่นๆไม่ค่อยได้เจอกันหรือพูดคุยกัน ตอนเรียนหรือทำงานก็อยู่กันคนละกลุ่ม ก็เลยไม่รู้จะไปคุยอะไร ถ้าเป็นแบบนี้ควรใช้ไลน์ส่วนตัวนัดแนะพูดคุยกันน่าจะดีกว่า ทำให้คนที่เข้ามาปกติอยู่แล้วก็อาจเกรงใจหรือไม่รู้ว่าจะเข้าไปแทรกหรือเปิดประเด็นต่อไปอย่างไรดี คงไม่ต้องไปพูดถึงเพื่อนที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับกลุ่มอยู่แล้ว ยิ่งทำให้พวกเค้าเมินห้องนี้มากขึ้นไปอีก

ลองแบบนี้ดูไม๊ สำหรับคนที่อยากจะคุยกับเพื่อนๆ พยายามหาคำถามที่ไม่ต้องชี้ไปที่ใครคนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะเจาะจง เช่น

“วันนี้ใครไปทำงานสายบ้าง” หรือ “ที่ไหนฝนตกแล้วบ้าง” หรือ “ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้อร่อยมาก อยู่ตรงไหนใครรู้บ้าง”

ผมว่าก็น่าจะดีกว่าแบบด้านล่างนี้แน่นอน 

สมชาย วันนี้ไปทำงานสายหรือป่าว?” หรือ “@สมชาย ที่บ้านฝนตกป่าววะ” หรือ “ก๋วยเตี๋ยวร้านนี้อร่อยว่ะ @สมชาย

  • คุยกันเองระหว่างเพื่อนที่สนิทสนมกันมาก่อน จากที่ได้เกริ่นไปแล้วในตอนต้นว่า ทุกคนต่างก็มีกลุ่ม มีก๊วนกันมาก่อนทั้งสิ้น อาจเป็น 2คน 3คน หรือ 4-5 คน แต่เมื่อเข้ามาอยู่ในไลน์กลุ่มเดียวกัน ที่มีเพื่อนๆอยู่ในนั้นเป็นหลักสิบคน แน่นอนว่ามันไม่เหมือนกับห้องเรียนหรือที่ทำงาน ที่พวกเราจำเป็นต้องเข้ามาอยู่รวมกัน การแบ่งกลุ่มแบ่งฝ่ายจึงเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้เป็นธรรมดา

การตั้งกลุ่มไลน์ขึ้นมา มันเกิดจากการเชื้อเชิญ เกิดจากความต้องการที่จะนำพาเพื่อนๆเข้ามาพูดคุยกัน ทุกคนค่อนข้างเต็มใจสำหรับคำเชิญนี้ มันจึงไม่เหมือนอยู่ในห้องเรียน ไม่เหมือนอยู่ในที่ทำงาน ไม่เหมือนอยู่ในแผนก เพราะฉะนั้นการพูดคุยกัน จำต้องคำนึงถึงเพื่อนร่วมห้อง ที่บางคนอาจแค่เข้ามาอ่าน มาติดตามความเป็นไป เพราะพวกเค้ายังต้องการเพื่อน พวกเค้าอาจเป็นประเภทคุยไม่เก่ง หรือพิมพ์ไม่เก่ง แต่เค้าก็ไม่ได้รู้สึกว่าต้องออกจากกลุ่มไป

แต่เมื่อใดที่กลุ่ม ไม่พยายามสร้างแรงจูงใจให้กับเพื่อนๆ เอาแต่คุยกันเองเป็นกลุ่มเล็กๆสองสามคน   ไม่คิดที่จะเปิดประเด็นใหม่ๆให้กับเพื่อนคนอื่นๆบ้าง (คิดว่าคงเคยได้พบเจอกันมาแล้ว) หากเป็นแบบนี้อยู่บ่อยๆ จนกลายเป็นเรื่องปกติของกลุ่มหรือห้องนี้ไป เพื่อนๆก็จะค่อยๆทยอยปิดการแจ้งเตือน ไม่เข้ามาดู สุดท้ายอาจมีบางคนตัดสินใจออกจากกลุ่มไป และถึงแม้จะไม่กล้าออกจากกลุ่ม แต่เชื่อเถอะว่า ห้องนี้ต้องเงียบและกลายเป็นห้องร้างไปในไม่ช้าอย่างแน่นอน

ปัจจุบันพวกเราอยู่ในยุคของโซเชียลมีเดียกันอย่างเต็มรูปแบบ อยู่กับการพิมพ์แทนการพูดคุย หรือได้พบหน้าและได้ยินเสียงกันจริงๆ ฉะนั้นการสื่อสารผ่านตัวอักษรจึงต้องกระทำด้วยความรอบคอบ เพราะการอ่านเพียงตัวอักษรในแชทไลน์หรือข้อความอื่นใด มันไม่สามารถบ่งบอกถึงอารมณ์และความรู้สึกที่แท้จริงในขณะที่ใส่ลงไปบนตัวอักษรได้ ต่างคนต่างก็คิดกันไปในหลายความหมาย ทั้งๆที่ก็เป็นประโยคเดียวกัน หรือแม้กระทั่งสติ๊กเกอร์ตัวเดียวกัน แต่ก็สามารถทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไปจากเจตนาของผู้ส่งได้ง่าย อันเป็นเหตุให้เกิดความขุ่นข้องหมองใจกันอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น และโดยเฉพาะกับปัญหาของ หนุ่มสาวที่ใช้ข้อความหรือสติ้กเกอร์แทนการแสดงความรักและพูดคุย

ไลน์กลุ่มที่พวกเราอุตส่าห์รวมเพื่อนๆเข้ามาอยู่ในแชทไลน์เดียวกัน สามารถพูดคุยพร้อมกันได้ครั้งละหลายๆคน ก็ควรที่จะพยายามรักษามิตรภาพของความเป็นเพื่อนเอาไว้ ด้วยการระมัดระวังความคิดและการพูดคุยที่ใช้เพียงตัวอักษร,ภาพหรือสติ๊กเกอร์ไลน์ กับทุกๆคนที่อยู่ในห้องอย่างเท่าเทียม ถึงแม้ว่าเราอาจไม่ได้สนิทสนมกับเพื่อนทุกคนก็ตาม แต่พวกเค้าก็ได้ชื่อว่าเป็นเพื่อนของเราและก็อยู่ในไลน์กลุ่มเดียวกัน ฉะนั้น โปรดคิดให้ละเอียดรอบคอบถึงผลของการส่งข้อความนั้นๆก่อนที่จะพิมพ์อะไรลงไป.

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here