Perfume หรือน้ำหอม มาจากภาษาลาติน คือ “per fumus” หมายถึง การเดินทางผ่านโดยไอระเหยหรือควัน จากการเผาวัตถุที่มีกลิ่น โดยในยุคแรกๆแต่เดิมนั้น น้ำหอมได้มาจากธรรมชาติ เช่นดอกไม้หรือวัสดุที่มีกลิ่นหอม หลังจากนั้นเราก็สามารถสร้างกลิ่นใหม่ๆที่ไม่มีในธรรมชาติได้

โดยทั่วไปน้ำหอมสามารถติดทนอยู่บนร่างกายได้นาน 6 ชั่วโมง และบางชนิดอยู่ได้ถึง 12 ชั่วโมงเลยทีเดียว โดยนิยมใช้วิธีฉีด,พรมหรือทาลงบนบริเวณ”ชีพจร” เช่นหลังใบหู ต้นคอ หรือตามข้อพับ ข้อมือ ข้อศอก ซึ่งจุดชีพจรเหล่านี้สามารถสร้างความอบอุ่น และทำให้น้ำหอมส่งกลิ่นไปตามอากาศได้ดี แต่บางคนก็นิยมฉีดลงบนเสื้อผ้าหรือเส้นผม ซึ่งน้ำหอมส่วนใหญ่นั้นมีส่วนประกอบของแอลกอฮอลล์ ที่อาจทิ้งคราบสกปรกและทำให้เส้นผมนั้นแห้งได้  โดยเฉพาะการฉีดลงบนเส้นผม จะทำให้น้ำหอมส่งกลิ่นที่รุนแรงมากกว่าปกติได้

การใช้น้ำหอมในสภาวะอากาศที่ร้อนนั้น ควรที่จะลดปริมาณการใช้ลง และควรเลือกกลิ่นที่อ่อนๆและสดชื่นจะดีกว่าการใช้กลิ่นที่รุนแรง และการใช้น้ำหอมชนิดเดียวกัน จะให้กลิ่นที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคล อันเนื่องมาจากความแตกต่างทางเคมีของผิว และไม่ควรใช้พร้อมกันหลายๆกลิ่นในคราวเดียว ถึงแม้จะเป็นเพียงการทดลองกลิ่นก็ตาม ก็ไม่ควรทดลองมากกว่า 3 กลิ่นต่อเนื่องกัน เพราะจมูกคนเราไม่สามารถแยกกลิ่นออกได้ ควรทิ้งระยะไว้ซักครู่ หรืออาจใช้การสูดดมกลิ่นกาแฟเพื่อเป็นการรีเซ็ตการรับรู้กลิ่นของจมูก อีกอย่างต้องไม่ลืมว่า น้ำหอมนั้นสามารถทำให้เกิดอาการหอบหืดได้ในบางคน และอาจทำให้เกิดอาการแพ้ของผิวหนังได้อีกด้วย

ข้อสังเกตอีกประการก็คือ ถ้าหากผิวหนังของคุณแห้ง กลิ่นของน้ำหอมจะไม่ติดทนนาน ฉะนั้นควรหาโลชั่นหรือครีมบำรุงผิวชนิดต่างๆทาเพื่อความชุ่มชื้นของผิว ก่อนที่จะใช้น้ำหอม เพื่อเป็นการทำให้กลิ่นติดทนนานยิ่งขึ้น และในสถานที่เปิดโล่งตามธรรมชาติ อย่างเช่นสวนสาธารณะ  การใช้กลิ่นประเภทดอกไม้นั้นไม่ใช่ความคิดที่ดีนักนะครับ เพราะมันเป็นการล่อเจ้าพวกแมลง

ปัจจุบันส่วนประกอบของน้ำหอมมีจำนวนมากมาย บางชนิดมีส่วนประกอบถึงกว่า 250 อย่าง และเทคโนโลยีต่างๆในปัจจุบันสามารถสังเคราะห์กลิ่นได้ทุกชนิด อีกทั้งยังพบว่ามีผู้หญิงถึง 1 ใน 3 เลือกที่จะใช้น้ำหอมสำหรับผู้ชาย โดยน้ำหอมผู้ชายที่มีราคาแพงที่สุด ซึ่งผลิตเพียง 1,000 ขวดในแต่ละปี ในขนาด 30 ml. นั่นก็คือ “Clive Christian No.1, limited edition men perfume”  โดยราคาอยู่ที่ประมาณ 1,800 เหรียญสหรัฐ หรือเกือบ 60,000 บาทเลยทีเดียว

แฟชั่นดีไซเนอร์คนแรกที่ได้ตั้งชื่อกลิ่นน้ำหอมเฉพาะตัวคือ Coco Chanel ซึ่งต่อมาก็คือน้ำหอมที่มีชื่อเสียงมากในนามของ “ Chanel Number 5 “ ที่รู้จักกันดีมาจนถึงปัจจุบัน จงจำไว้ว่า น้ำหอมนั้นมีอิทธิพลต่ออารมณ์ สามารถทำให้คุณรู้สึกดีขึ้นได้ แต่ราคาก็ไม่ใช่จะถูกนัก ดังนั้นควรเก็บรักษาน้ำหอมไว้ในสภาพอากาศที่เย็นและแห้ง หรืออย่างน้อยก็ต้องอยู่ในอุณหภูมิห้องระดับปานกลางเป็นอย่างน้อยเพื่อรักษาคุณภาพของกลิ่นเอาไว้

แต่ถ้าหากสนใจอยากจะเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลิ่นหอม ก็สามารถศึกษาในสถานศึกษาด้านกลิ่นหอมโดยเฉพาะ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาถึงประมาณ 5 – 7 ปีเลยกันล่ะครับ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here