เลี้ยงรุ่น “ คำๆนี้มักเป็นคำคุ้นเคยของบรรดานักเรียนนักศึกษาที่จบใหม่ หรือแม้แต่ที่จบมานานแล้ว หรือกระทั่งชาว สว. ทั้งหลาย ก็ยังนึกถึงคำๆนี้มาตลอด บางคนไปทุกครั้ง บางคนไปบ้างไม่ไปบ้าง แต่ก็มีบางคน ไม่สนใจที่จะไป จากหลากหลายมุมมองและวัตถุประสงค์ของการเลี้ยงรุ่นนี่เอง ที่ทำให้งานแบบนี้ มันไม่ได้เกิดขึ้นจริงกับทุกๆคน คือไม่ใช่ทุกคนนะครับที่จะได้สัมผัสกับงานเลี้ยงรุ่น ทำไมน่ะเหรอ เดี๋ยวผมจะเหลาให้ฟังกัน

เอาแบบเนื้อๆเน้นๆกันเลยนะครับ คือหลักใหญ่ใจความของการเลี้ยงรุ่นนี่ มันสำคัญที่มุมมองครับ

  1. บางคนคิดว่าการเลี้ยงรุ่น คือการที่มีโอกาสได้มาพบปะสังสรรค์กันระหว่างเพื่องฝูงที่นานๆจะได้มาเจอกันซักที หลังจากที่แยกย้ายกันไปเมื่อจบการศึกษา มานั่งกิน นั่งดื่ม พูดคุย หัวเราะ ร้องเพลง สนุกสนาน มันก็แค่นั้น เสร็จสรรพก็แยกย้าย บ้านใครบ้านมัน เป็นอันจบ
  2. บางคนคิดว่า เลี้ยงรุ่น? จะไปทำไม ไม่เห็นมีอะไร เสียเวลา เสียเงินอีกต่างหาก บางทีจัดกันไกลจากบ้านหน่อย ก็ไม่อยากจะไป เพราะไม่พ้นเรื่องเงินอีกนั่นแหละ ไหนจะค่าน้ำมันรถ ค่าแท็กซี่ ค่าอาหาร และอื่นๆอีกมากมาย มันสิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
  3. บางคนไม่อยากไป เพราะไม่มีเงินจริงๆ เพื่อนๆเค้าทำงานกันดีดี เป็นผู้จัดการ มีเงินเดือนแพงๆ บางคนเป็นเจ้าของบริษัท ไอ้เราเป็นลูกจ้างรับเงินเดือนอยู่หมื่นต้น บางคนไม่ถึงหมื่น บางคนยังไม่มีงานเป็นหลักแหล่ง เงินที่มีอยู่ก็ใช้ไม่ถึงสิ้นเดือนด้วยซ้ำ ไม่ไปแหละดีสุดละ คงไม่เป็นไรหรอก แม้ว่าอยากจะไปใจแทบขาดแต่ทำไงได้
  4. ข้อนี้สำคัญ บางคน ไปไม่ได้ ไม่ใช่ไม่อยากไป แต่….แต่……แต่ เมียไม่ให้ไป จบนะ !!!

(อาจมีมุมมองอื่นๆอีกมากมาย แต่หลักๆแค่นี้คงพอเข้าใจได้ )

ก็อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วข้างต้นว่า ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้สัมผัสบรรยากาศของการเลี้ยงรุ่น งานแบบนี้ จะเกิดขึ้นไม่ได้หากเราไม่เคยสนใจและให้ความสำคัญของคำว่า “เพื่อน” ผมอยากจะบอกว่า งานเลี้ยงรุ่น นี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ เนื่องจากส่วนประกอบและมุมมองที่แตกต่างกันข้างต้น แต่ก็ยังมีความหวังให้หลายๆคนหันกลับมามองในมุมเดียวกันซักนิดว่า การที่เรายังมีเพื่อนให้มาเลี้ยงรุ่นอยู่นั้น ไม่ใช่อยู่เฉยๆไม่ทำอะไรเลย แล้วคิดว่า เพื่อนก็คือเพื่อนกันตลอดไป ไม่เห็นต้องเจอกัน ไม่เห็นต้องโทรหา ไม่ไลน์ ไม่แชท ไม่กดไลค์ ไม่ๆๆๆ ไม่ต้องทำอะไร สบายๆ แบบนี้นานไปคงไม่มีใครสนใจใคร สุดท้ายไม่นานก็จะลืมๆกันไปเอง แล้วคุณก็จะไม่มีเพื่อน

งานเลี้ยงรุ่น ถึงแม้บางคนอาจคิดว่า ก็แค่มานั่งกินเหล้า บางคนเมาเสียงดังโวยวาย พอร้านปิดก็ไปเที่ยวกันต่อ ไร้สาระ กลับบ้านดึก ถูกเมียด่าอีก เสียตังค์เสียเวลาโดยใช่เหตุ นอนอยู่บ้านดีกว่า จะไปทำไม แต่ถ้าคิดให้ดีที่ว่าไร้สาระนั้น เราได้อะไรจากความไร้สาระกันแน่ เราได้ความสุข ได้หัวเราะ ได้ความอิ่มเอมใจ จากการที่มีโอกาสเดินทางมาไร้สาระกับเพื่อนๆกันทุกๆปี ไม่ใช่ทุกๆวัน แค่เพียงปีละครั้งหรือสองครั้ง เท่านั้น ที่เราจะได้มีโอกาสกลับมาเจอเพื่อนๆอีกครั้ง และก็เป็นเพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องแยกย้าย กลับไปทำหน้าที่ของตนเองต่อไป

งานเลี้ยงรุ่น ไม่ได้คาดหวังให้ทุกคนต้องอยู่กันจนงานเลิก แบบว่าไปไหนไปกันว่างั้น!! กลับบ้านกันดึกๆดื่นๆพร้อมกันทุกคน แต่หวังเพียงแค่การสละเวลาของเพื่อนๆ เดินทางมาเจอกัน พูดคุยกันเล็กๆน้อยๆ นั่นก็เป็นสิ่งที่เพียงพอแล้ว ในการให้ความสำคัญกับคำว่า “เพื่อน” และเป็นการยืนยันว่า ยังต้องการมี ”เพื่อน”อยู่ต่อไป

แน่นอนว่าทุกวันนี้ มีไลน์ มีเฟส โซเชียลมีเดีย มากมายที่สามารถติดต่อเพื่อนๆได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า การเดินทางมาพบกันในวันและเวลาเดียวกัน พร้อมๆกันหลายๆคนนั้น สามารถสร้างมิตรภาพที่แนบแน่นกว่าการใช้นิ้วจิ้มลงบนสมาร์ทโฟน แทนการพูดคุยทักทายในไลน์กลุ่ม ซึ่งหลายครั้งตัวอักษรที่พิมพ์แทนคำพูดนั้น ก็อาจกลายเป็นดาบสองคม จากการตีความหมายที่แตกต่างกันไป ไม่เหมือนกับการได้เจอหน้าและคุยกันจริงๆ

สุดท้าย ก็ได้แต่หวังอยู่ลึกๆว่า ทุกๆท่านจะได้มีโอกาสสัมผัสกับงานเลี้ยงรุ่น ค่ำคืนสุดประทับใจ ที่สามารถสร้างชีวิตชีวา ปลดปล่อยความเครียด และสร้างกำลังใจในการทำงาน ต่อสู้กับปัญหาต่างๆ รวมถึงเศรษฐกิจที่ยากลำบากในปัจจุบัน แบบไม่โดดเดี่ยว โดยยังมีเพื่อนๆคอยเป็นที่ปรึกษาพูดคุย ทั้งแบบมีสาระและไร้สาระกันอยู่เสมอ ตลอดไป.

ใครที่ยังไม่เคยไป หรือใครที่ไม่เคยแม้แต่คิดที่จะไป ลองไปดูนะครับ แล้วจะรู้ว่า งานเลี้ยงรุ่น นั้น ไม่ได้เลวร้ายหรือไร้สาระ อย่างที่คิด

 #แชร์ไปให้ถึงเมีย

55555

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here